[S.Fiction] Cry Cry [Reborn x Fon] [KHR]

posted on 29 Jan 2012 16:05 by minirueo in Fiction
ฟิคชั่นการ์ตูนเรื่องแรก
การ์ตูนเรื่องแรกนะค๊าบ :3
เตื่อนไว้ก่อนว่าเอนทรี่นี้วายแบบจัดหนักมาก
วาย ชาย รัก ชาย 
ใครที่ไม่ชอบคู่นี้ก็อย่ามาระรานกันนะครับ
 

 
*รูปนี้เราไม่ได้วาดเองนะฮับ (c) zerochan*

[SF] Cry Cry [KHR]

Actor : Reborn x Fon

Type : Yaoi Rate NC 17 (?)

Original Song : Cry Cry T-ara Translate By  พี่เยลลี่ ณ ไวท์อิงค์

Auther : Kill’Zoldyck

Note : รู้สึกมันไม่ตรงกับเพลง =;=

 

 

‘คำพูดของเธอช่างทิ่มแทงฉันเหมือนกับหนามของกุหลาบสีแดงสด’ 

           

            “นี่.. ฉันชอบนายจริงๆนะ. นายน่ะ เป็นคนสำคัญของฉันเลย..” ร่างสูงในชุดสูทสีดำเอ่ยขึ้นพร้อมกับขยับหมวกที่กลายเป็นไอเท็มประจำตัวไปด้วย

            “งั้นเหรอครับ.. ผม... ดีใจจริงๆ..” ร่างบางตรงหน้าในชุดสีแดงประจำชาติตัวเองเอ่ยขึ้นช้าๆ ใบหน้าหวานนั้นขึ้นสีระเรื่อ

            “อื้ม.. ฉันชอบนายนะ..” เพียงแค่ได้ยินสิ่งที่คนตรงหน้าพูด หัวใจของร่างบางนั้นก็ได้ถูกกระชากไปหมดแล้ว ..ถึงแม้จะไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงรึไม่ แต่ถึงจะเป็นเรื่องที่ลวงหลอก เขาก็ยังดีใจที่ได้ยิน

            “นี่.. เดี๋ยวฉันมานะอาจจะหายไปนานหน่อย แต่ก็รอฉันหน่อยนะ” ร่างสูงเอ่ยขึ้นพร้อมกับหันหลังให้ร่างบางยืนหน้าแดงอยู่

            “อื้ม... ไปไหนก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ก็ ไปดีมาดีนะ คุณรีบอร์น”

            “เมื่อไหร่นายจะเลิกเรียกฉันว่าคุณซะทีล่ะ หื้ม.. ฟง”

            “มันติดปากไปแล้วน่ะครับ แหะๆ”

            “งั้นฉันไปนะ..” ว่าแล้วก็เปิดประตูเดินออกไป เมื่อร่างสูงของรีบอร์นออกไปแล้ว ฟงถึงกับทรุดลงมานั่งกับพื้นทันที น้ำตาที่ไม่เคยมีใครได้เห็นถึงกับเอ่อล้นออกมา

            “ทำไม.. ทำไมล่ะ..ทำไม .. ทำไม ?” ได้แต่กอดตัวเองและร้องไห้โดยที่ไม่มีใครรู้ ร้องไห้อยู่เพียงลำพัง

            “ผมจะรอ..วันที่คุณ มีใจให้ผม.. ผมจะรอคุณ ตลอดไป..” ใบหน้าหวานนั้นยิ้มทั้งน้ำตา

 

‘เธอช่างเหมือนกับรอยสัก ยิ่งพยายามลบเท่าไรก็ยิ่งฝังลึก’

           

            ... 1 ปีถัดมา ...

            “ฉัน..นี่ฉันได้ถูกรับเลือกให้เป็นอัลโกบาเลโน่ ที่จะต้องปกป้องพลังแห่งทูรินิเซนท์งั้นเหรอ” ร่างบางนั้นเอ่ยถามกับตัวเองเงียบๆหลังจากที่ได้อ่านจดหมายที่มาพร้อมกับจุกนมสีแดง

            “อา..ต้องไปที่นี่สินะ.. เพื่อไปเจอกับเหล่า ผู้ครอบครองจุกนมธาตุอื่นๆ.. อา ช่วยไม่ได้แฮะ..” ร่างบางลุกเดินและตรงไปที่นัดหมายทันที

            “ฉันไม่อยากจะไปไหนเลยให้ตายสิ.. ถ้าเขาคนนั้นกลับมาตอนที่ฉันไม่อยู่จะทำยังไงล่ะ อา.. ช่างมันก่อนเหอะ”

 

‘ร้องไห้ คร่ำครวญ เธอไม่ได้ยินเพลงนี้หรือ’ 

 

            “ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้างนะ จะสบายดีหรือเปล่า..” ร่างบางในสภาพที่มีเสื้อคลุมปกปิดร่างกายและใบหน้าพร้อมกับจุกนมแห่งวายุที่ห้อยอยู่กลางหน้าอก เดินมาหยุดตรงที่นัดพบที่ได้นัดเอาไว้ก่อนเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ที่นัดพบนั้นคล้ายกับผับในยุคสมัยคาวบอย มือเรียวผลักประตูเข้าไปก็เจอกับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งห้อยจุกนมสีส้มแห่งนภาอยู่ในร้านแล้ว

            “เอ๊ะ.. คุณคือผู้ที่ถูกเลือกเหมือนกันใช่มั้ยคะ?” หญิงสาวคนนั้นเอ่ยถามขึ้น

            “ครับ.. คุณเพิ่งมาเหรอ มาคนแรกเลยนะครับ” ฟงยิ้มตอบกับผู้ครองจุกนมแห่งนภา

            “เปล่าค่ะ คือมีคนมาถึงก่อนคนนึง แต่เขาไปเข้าห้องน้ำน่ะคะ ฉันชื่อ ลูเช่ คุณล่ะคะ”

            “ผมชื่อ ฟง ครับ ว่าแต่คนที่มาถึงแล้วเขาห้อยจุกนมสีอะไรครับ”

            “น่าจะสีเหลือง อรุณมั้งนะคะ” ลูเช่ตอบด้วยรอยยิ้ม

            “อะ มีคนมาแล้วเหรอ..” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างบางค่อยๆหันไปมองเจ้าของเสียงนั้น และเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

            “คะ..คุณ..”

‘เร่าร้อนราวกับดอกไม้ไฟ เธอคือที่รักของฉันลองมองมายังดวงตาที่กำลังโศกเศร้านี้สิ 

 

            “อ้าว นายจุกนมสีแดงนั้น วายุสินะ ฉันชื่อรีบอร์น ยินดีที่ได้รู้จัก..” เจ้าของเสียงนั้นขยับหมวกเล็กน้อย และจับจอนม้วนของเขา พลางส่งยิ้มให้

            “อะ..เอ่อ.. คือ คุณ.. อะ.. ผมชื่อฟงครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน” ใบหน้าหวานนั้นก้มหน้าเล็กน้อย เพราะกลัวอีกฝ่ายจะให้ใบหน้าที่แท้จริงของเขาที่อยู่ใต้ผ้าคลุม

            “หื้ม.. ฟงเหรอ ชื่อเหมือนคนรู้จักฉันเลยแฮะ แต่คงไม่ใช่นายหรอกมั้ง เพราะเจ้านั่นน่ะ วางมือจากการเป็นนักฆ่าไปแล้ว” รีบอร์นบ่นพึมพำเบาๆก่อนจะเดินมานั่งข้างๆกับลูเช่ และดึงร่างบางให้มานั่งข้างๆ

            “งะ..งั้นเหรอครับ”

            “เสียงก็เหมือนอีกนะ ไหนขอดูหน้าหน่อยสิ” ร่างสูงเอื้อมมือมาหมายจะดึงผ้าคลุมที่ปิดหน้านั่นออก แต่ทันใดนั้นเอง

                        ‘แกร่ก’ เสียงเปิดประตูของผู้มาเยือนที่เหลือทั้งสี่คน ต่างก็ห้อยจุกนมต่าง ๆ กันไปหลายสี ได้แก่ สีม่วง สีคราม สีฟ้า และสีเขียว

            “เอ้า..มากันครบแล้วสินะ..นั่งก่อนสิคะ” ลูเช่เอ่ยชวนที่เหลือให้มานั่งล้อมวงกัน

            “พวกเราทั้งหมดนี่ก็คือ.. ผู้ปกป้องพลังทูรินิเซนท์สินะ” ผู้ครอบครองจุกนมสีครามสายหมอกนามว่า ไวเปอร์ เอ่ยขึ้น ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมนั้นไม่สามารถบ่งบอกเพศได้ว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

            “ใช่แล้วล่ะ..แล้วใครรู้บ้างว่ามารวมตัวกันที่นี่เพื่อจุดประสงค์อะไร” รีบอร์นกล่าวขึ้น แต่ในตานั้นก็ยังจ้องอยู่ที่ผู้ครอบครองจุกนมสีแดงอย่างสงสัย

            “ค่ะ.. พรุ่งนี้เราจะได้รับคำสาปของพลังทูรินิเซนท์ ให้เรากลายเป็นเด็กทารกที่แข็งแกร่งที่สุดที่ได้รับเลือกมาแล้วทั้งเจ็ด ได้แก่..” ลูเช่กล่าวพร้อมกับบอกชื่อธาตุและชื่อคนที่เป็นเจ้าของจุกนม

            “คำสาปอะไรกัน ! ฉันไม่ยอมหรอกนะ!!” เจ้าของจุกนมสีม่วง สคัล แย้งขึ้นมา

            “ใช่ ฉันก็ด้วย” ไวเปอร์และเจ้าของจุกนมสีฟ้า รัล มิลจิ แย้งขึ้นมาบ้าง

            “คำสาปเนี่ย ไม่มีผลกับการทดลองของฉันหรอกนะ เพราะงั้นยังไงก็ได้” ผู้ครอบครองจุกนมสีเขียวแห่งอัสนีพูดขึ้นมาและขยับแว่นเบาๆ

            “ผม.. ไม่ชอบการต่อสู้แฮะ..” ร่างบางเจ้าของจุกนมสีแดงเอ่ยขึ้นมาเบาๆ แต่กระนั้นร่างสูงในชุดสูทก็ยังได้ยิน

            “แต่เราได้รับเลือกมานะ มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะไม่ยอมรับชะตากรรมนั้นน่ะ” รีบอร์นเอ่ยพร้อมกับจับจอนม้วนนั่นไปด้วย

            “นั่นสินะคะ..” ลูเช่เห็นด้วย

            “เฮ้อ ! ให้ตายสิ คำสาปบ้าบออะไรกันฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ” รัลพูดพลางพยายามถอดจุกนมที่ห้อยคออยู่นั้นออก แต่ก็ทำไม่ได้

            “จะถอดไม่ได้จนกว่าจะเสียชีวิตไปค่ะ..” ลูเช่เอ่ยเสียงเรียบ

            “แบบนี้ก็ต้องยอมรับชะตากรรมสินะ ! เหอะ นายจะอยู่ตรงนั้นอีกนานมั้ย โคโรเนโร่!!” รัลหันไปพูดกับเปียโนเก่าๆ ทันใดนั้นเองร่างสูงผมสีเหลืองดวงตาสีฟ้าที่มีที่คาดหัวลายทหารและเข็มกลัด 01 ก็โผล่ออกมา

            “รู้ได้ไงฮะเว้ยเฮ้ย รัล”

            “หึหึ ก็นายเล่นแผ่รังสีออกมาขนาดนั้นใครบ้างล่ะที่จะไม่รู้” รัลสะบัดหน้าหนีพร้อมกับลุกออกไป

            “พรุ่งนี้ที่นี่เวลาเดิมใช่มั้ยหา?” รัล เอ่ยถามกับลูเช่

            “ค่ะ เวลาเดิม”

            “เออก็ดี พรุ่งนี้นายไม่ต้องตามมานะ โคโรเนโร่”           

            “ไม่รู้สิ ? ว่าแต่นายจุกนมสีแดงนั่นน่าสนใจเนอะเว้ยเฮ้ย” โคโรเนโร่เอ่ยขึ้นก่อนจะเดินตามรัลไป

            “ผมเหรอ..” ฟงเอ่ยเบาๆแบบงงๆ

            “เอาล่ะค่ะ .. จากนี้ก็รับรู้ที่นัดหมายวันพรุ่งนี้แล้วก็ขอให้มาตรงตามเวลาด้วยนะคะ อย่าลืมนะคะว่าพวกคุณหนีคำสาปนี้ไม่พ้น เพราะฉะนั้นแล้ว อย่าพยายามเลยค่ะ” ลูเช่พูดแล้วยิ้ม “หลังจากนี้ขอให้ทุกคนพักผ่อนกันตามสะดวกนะคะ ที่นี่มีห้องพักเพียงพอสำหรับพวกคุณค่ะ หรอใครจะไปพักข้างนอกก็ตามสบายเลยนะคะ” ลูกเช่ยิ้มอีกครั้งและเดินขึ้นไปบนห้องตัวเอง

            “เฮ้อ... ให้มันได้อย่างนี้สิ” สคัลเดินขึ้นตามไป พร้อมกับมาม่อนและเวลเด้

            “อ่า..งั้นเราก็ไปมั่งดีกว่าแฮะ..” ร่างบางผู้ครอบครองจุกนมสีแดงลุกขึ้นเตรียมจะไปพักผ่อนบ้าง แต่กลับถูกมือหนาของใครบางคนรั้งไว้ก่อน

 

‘อย่าทำให้ฉันที่เคยรักเธออย่างเร่าร้อน ยิ่งกว่าดวงอาทิตย์สีแดงฉานต้องร้องไห้เลย 

           

“เอ่อ.. คุณรีบอร์น มีอะไรรึเปล่าครับ อ๊ะ นั้นจะพาผมไปไหนน่ะ” ร่างสูงในชุดสูทไม่บอกไม่กล่าวอะไร กลับดึงข้อมือร่างบางนั้นขึ้นมาบนที่พักที่ยูนิเตรียมไว้ให้ พาเข้าไปในห้องที่อยู่ลึกที่สุด  มือหนาผลักร่างบางลงไปนอนกองกับพื้นและจัดการล็อคประตูไว้

“ผมเจ็บนะ อะ นี่คุณจะทำอะไรน่ะครับ!” ร่างบางนั้นเอ่ยร้องขึ้นมาเมื่อร่างสูงในชุดสูทนั้นดึงตัวเองขึ้นและจัดการดันติดกับผนัก เอามือทั้งสองข้างมากั้นไว้ไม่ให้หนีไปไหน

“นายนี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ.. ฟง” รีบอร์นยิ้มพร้อมกับฉีกกระชากเสื้อคลุมที่ร่างบางคลุมอยู่ออกด้วยมือเพียงข้างเดียว เผยให้เห็นใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อไม่รู้ว่าด้วยความขวยเขินเหรือกลัวหรือโกรธกันแน่ก็ไม่รู้

“คุณ..รู้งั้นเหรอครับ อ๊ะ ! ผมเจ็บนะ !” ร่างบางร้องเสียงลงเมื่อมือหนาของคนที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นปีบีบเข้าที่คางอย่างแรง นัยตาคมนั้นหรี่มองลงมา และยิ้มมุมปากตามแบบคนตนเอง

“ทำไมจะไม่รู้.. ก็นายน่ะเป็นคนสำคัญของฉันนี้ แล้วที่ฉันบอกไปทำไมนายยังไม่เลิกเรียกฉันว่าคุณอีกล่ะ หืม..?” ใบหน้าหล่อนั้นเข้ามาใกล้มากขึ้น ยิ่งทำให้ใบหน้าหวานนั้นขึ้นสีระเรื่อมากขึ้นไปอีก

“ก็ผม..ไม่รู้จะเรียกคุณว่าอะไรนี่ครับ.. ปล่อยผมได้แล้วผมเจ็บนะ!!” ร่างบางพยายามดันคนที่อยู่ตรงหน้าออก แต่กลับไม่เป็นผล รีบอร์นแสยะยิ้มอีกครั้ง

“ก็เรียก.. นายสิ ไม่ก็..” ใบหน้านั้นเคลื่อนต่ำลงไปที่ใบหูร่างบางและกระซิบเบาๆ “ จะเรียกว่าสามี..หรือที่รักก็ได้ไม่ว่ากันหรอกนะ.. หึหึ”

“เอะ.. หมายความว่าไงครับ..อ๊ะ คุณจะทำอะไรอีกน่ะ!” ร่างบางร้องขึ้นอีกครั้งเมื่อร่างสูงตรงหน้ากระชากแขนของตัวเองมาที่เตียงและผลักลงไปอย่างไม่ปราณี

“ก็หมายความว่า.. คืนนี้ฉันจะทำให้นายลืมคำว่า ‘คุณ’ ที่นายใช้เรียกฉันยังไงล่ะ!” ร่างสูงพูดและจัดการดึงชุดประจำชาติของอีกคนให้ขาดออกอย่างไม่ปราณี เผยให้เห็นผิวขาวราวกับน้ำนมและหน้าอกที่มีเม็ดสีชมพูอ่อนสองข้าง

“อะ..ไม่นะครับ..คุณ..อย่าแบบนี้สิ! เรา..เราน่ะ..” ฟงพยายามเอามือปิดหน้าอกของตัวเอง แต่รีบอร์นกลับจับมือนั่นและใช้เนคไทของตัวเองมัดข้อมือบางไว้กับหัวเตียง

 

‘ฉันเหมือนกับติดยา วันๆเอาแต่คิดถึงเธอแล้วก็คิดถึงเธอ

เธอก็เหมือนกับเรือนจำที่ขังฉันเอาไว้ในใจของเธอ’

 

            “อะ..อือ..คุณ..รีบอร์น..” จากเสียงที่เคยตะโกนห้าม กลับกลายเป็นเสีงครางแทน เมื่อร่างสูงตรงหน้าใช้นิ้วมือบดขยี้ยอดอกสีสวยนั่นอย่างแรก ร่างบางบิดตัวไปมาด้วยความเสียวที่แล่นเข้ามา

            “ไหนบอกไม่ไง..หืม..” ร่างสูงก้มลงมาและยิ้มมุมปากน้อยๆอย่างอารมณ์ดีให้กับท่าท่างของร่างบาง

            “ทำไม..อะ.. ทำไมกัน.. คุณ..รีบอร์น..ถึงทำแบบนี้...” ร่างบางกัดริมฝีปากตัวเองและถามออกไปอย่างรู้คำตอบดีว่าตัวเองอยู่ในฐานะที่เป็นเพียงแค่.. ของเล่น เท่านั้น แต่ก็ยังจะถามออกไป

            “ก็นายน่ะ.. เป็น..คนที่ฉันรักน่ะสิ..” ร่างสูงใช้มื้ออีกข้างถอดหมวกของตัวเองออกเผยให้เห็นใบหน้าที่อยู่ใต้หมวกที่เขาเคยบอกว่าไม่มีใครเคยได้เห็นแม้แต่ครั้งเดียว

            “ไหน..คุณบอกว่า..จะไม่ถอดหมวกให้ใครเห็นไม่ใช่เหรอครับ..แล้วคนที่คุณรัก...?” ร่างบางเอ่ยถามออกมาอย่างไม่เข้าใจคำพูดแล้วการกระทำของร่างสูง

            “ก็.. นายน่ะ เป็นคนที่ฉันรัก.. เพราะงั้น คนที่ฉันรัก ฉันก็ต้องเปิดหน้าตาให้เขาห็นสิ นายน่ะ...กำลังจะเป็นของฉันนะ..”

            “คุณ..พูดความจริงเหรอครับ..”

            “ไม่เชื่อใจฉันเหรอไง ..ฟง” ร่างสูงขยับหน้าไปใกล้กับร่างบางจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน

  &